JV BAND by Piranee

25 ตุลาคม 2553

อุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 70 ปี

น้ำท่วมโคราชประสบการณ์นาทีวิกฤต
           ภัยน้ำท่วมกับประเทศไทยถือเป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้วเพราะเกิดขึ้นทุกปีและคงจะไม่มีวิธีแก้ไขที่ดีไปกว่าการยอมรับการสูญเสียต่างๆ เพราะภัยธรรมชาติไม่สามารถที่จะคาดเดา และหยุดยั้งได้โดยใครคนใดคนหนึ่ง  แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วพวกเราต่างก็ช่วยเหลือกันด้วยความเต็มใจ  ภาพบรรยากาศต่างๆ  ตัวเราเองเคยเห็นแต่ในข่าวทีวี  หรือฟังจากคำบอกเล่า  จนเมื่อวันศุกร์ ที่ 22  ตุลาคม  2553  ได้สัมผัสด้วยตัวเอง  จริงจริงแล้วเราอยู่ที่อำเภอจักราช  แต่ต้องมาเป็นวิทยากรการเข้าค่ายอบรมนาฏศิลป์  ที่โรงเรียนสุริยาอุทัย  อำเภอพิมาย  ในช่วงวันที่  19-23  ตุลาคม 2553  จึงตั้งใจจะเดินทางก่อนวันอบรมในวันที่  18  ตอนเช้า  และจะขึ้นรถประจำทางไปเอง  แต่น้องที่อยู่พิมายบอกว่ารถเมย์มันไม่วิ่งเพราะตอนนี้น้ำท่วมถึงปั๊มน้ำมันโนนคอยแล้วและในโคราชด้วยเขาห้ามรถผ่าน ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรมากเพราะตรงนั้นก็ท่วมอยู่ทุกปีเพราะว่ามันอยู่ติดกับลำจักราช  และก็เป็นพื้นที่ต่ำ  ก่อนหน้านี้สามสี่วันที่ผ่านมาฝนตกหนักมากแล้วก็ตกทั้งวี่ทั้งวัน  เราเองมานอนค้างที่โรงเรียนเลยเพราะตั้งใจจะทำ blog นี้ให้เสร็จก่อนถึงวันอบรมและพอดีกับฝนก็ตกก็เลยนอนค้าง น้ำก็ซึมเข้าห้องเหมือนเคยเป็นเรื่องปกติ  จึงตัดสินใจให้คุณเอกวัฒน์มารับที่บ้าน  แล้วก็ต้องขับรถอ้อมไปหินดาดจึงจะไปได้  เพราะทางที่ใกล้ๆ ก็โดนน้ำท่วมหมดแล้ว  ตอนนั่งรถไปก็ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะว่าตลอดเส้นทางไอ้เอกวัฒน์มันเล่าแต่เรื่องน้ำให้ฟังบวกกับว่าตามเส้นทางตั้งแต่หินโคนไปก็มีสะพานข้ามทางน้ำประมาณสามสี่สะพาน  แต่ละสะพานน้ำก็ไหลแรงมากก็เลยหวั่นไหว  แต่ก็เดินทางมาถึงพิมายโดยปลอดภัย  พอมาถึงพิมายก็ได้ยินชาวบ้านพูดกันเรื่องน้ำท่วมอีกตอนนั้นคิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะบ้านเอื้ออาทร ในเขตพิมายเมืองใหม่ไม่น่าจะมีผลกระทบ  ตอนเย็นดูข่าวในทีวี  มีแต่เรื่องน้ำท่วมและที่สำคัญจังหวัดที่ท่วมหนักก็คือนครราชสีมา  และข่าวนายกฯ มาเยี่ยม  ถึงกับต้องขึ้นรถทหารเพราะในเมืองน้ำท่วมสูง  เดือดร้อนมากทั้งโรงพยาบาลมหาราช และโรงพยาบาลจิตเวช  รวมถึงบ้านพี่กี้ที่เปิดร้านขายจิ้มจุ่มอยู่แถวนั้นด้วย (เห็นในภาพข่าวด้วย) แต่ที่หนักสุดเห็นจะเป็นอำเภอปักธงชัยเพราะใกล้เขื่อนลำพระเพลิง (จากภาพข่าวน้ำในเขื่อนน่ากลัวมากมากเลยเหมือนจะแตก) จนเวลาประมาณ 3  ทุ่ม  ก็ได้ยินชาวบ้านในหมู่บ้านพากันออกมาส่งเสียงเอะอะ  น้องเลยออกไปดูปรากฏว่าน้ำเริ่มไหลซึมขึ้นมาตามท่อน้ำในหมู่บ้าน และตอนนี้ในเขตเทศบาลหรือในเมืองพิมายเทศบาลก็ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมเก็บข้าวของเพราะน้ำกำลังจะมามากและจะขึ้นสูงตั้งแต่คืนนี้  เอาแล้วไงเริ่มตื่นเต้นแล้วแต่ก็นอนหลับ  จนเช้าวันที่ 19  เตรียมตัวจะไปโรงเรียนแต่โทรศัพท์จากผู้ปกครองที่โทรมาหาน้องไม่ขาดสายเพื่อถามว่าน้ำท่วมโรงเรียนหรือเปล่าไม่ไปเข้าค่ายได้ไหม  ในใจคิดว่าคงจะยกเลิกค่ายในครั้งนี้แน่เพราะว่าตอนนี้น้ำเริ่มขึ้นมาครึ่งน่องแล้วแต่โชคดีที่พื้นบ้านสูงน้ำจึงยังไม่เข้าบ้านและก็คิดว่าคงจะไม่เข้าด้วย  ปัญหาคือค่ายไม่ยกเลิกและรถมอเตอร์ไซด์ไม่สามารถวิ่งได้แล้ว  จึงให้รถโรงเรียนมารับ แต่รถก็เข้ายากบังเอิญมีรถกระบะตอนเดี่ยวแต่เสริมหลังคาดูแล้วอายุการใช้งานก็คงจะนานมากน้องบอกว่าเป็นรถคนขายไก่ย่างของสามีภรรยาในหมู่บ้านเลยขอติดรถเขาออกมาด้วย  คุณลุงบอกว่าจะต้องรีบเอารถออกจากหมู่บ้านเพราะถ้านานกว่านี้รถจะออกไมได้  พอขับรถออกจากหมู่บ้านก็พบกับน้ำที่ท่วมสูงถึงหน้ารถและร้านค้าที่กำลังเก็บกวาดบางร้านก็กั้นกระสอบทรายไว้แล้ว  คุณลุงเอารถไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันซึ่งมีพื้นที่สูงพอสมควรมองไปรอบรอบมีรถมอเตอร์ไซด์จอดอยู่เต็มลานคิดว่าน่าจะเป็นรถที่เจ้าของมาจอดไว้เพื่อให้พ้นจากน้ำแล้วก็ยืนรอรถโรงเรียนมารับ  เส้นทางที่ผ่านคือโรงเรียนพิมายวิทยาที่กลายเป็นโรงเรียนใต้น้ำแล้วเพราะโรงเรียนอยู่ติดกับลำมูลเลยแถมไม่มีรั้วกันทำให้น้ำเข้ามาได้อย่างสบาย (เห็นแล้วนึกถึงจักราชวิทยาถึงจะไม่ติดแม่น้ำแต่ก็น้ำท่วมอยู่ตลอดตลอด)  แต่สุริยาอุทัยอยู่บนพื้นที่สูงมากจึงไม่มีโอกาศได้เห็นน้ำท่วมเลยและเป็นเพียงจุดเดียวในพิมายที่น้ำไม่ท่วมโชคดีจริงจริง  การเข้าค่ายก็เป็นไปด้วยดีจนเข้าสู่วันที่  21  เริ่มเกิดปัญหาเพราะว่าไม่มีอาหารขายและคนที่ทำอาหารไม่สามารถมาทำอาหารได้เพราะบ้านน้ำท่วมสูงมาก  ของในตลาดหรือแม้แต่ซุปเปอร์มาเก็ตก็ไม่มีเหลือเพราะว่าคนพากันกว้านซื้ออาหารเพื่อกักตุนแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็หมดเกลี้งไม่มีอาหารให้เด็กที่มาเข้าค่าย ถึงแม้ว่าที่โรงเรียนน้ำจะท่วมไม่ถึงแต่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงตัดสินใจสั่งปิดค่ายก่อนกำหนด  ในวันที่  22  ตอนนั้นคิดว่ายังไงเราก็ต้องรีบออกจากพิมายให้เร็วที่สุดก่อนที่จะวิกฤตไปมากกว่านี้  จึงคิดว่าจะกลับจักราชวันนี้เลยเพราะถ้าช้าสะพานข้ามน้ำตรงวังหินอาจจะขาดก่อนและโรงเรียนก็จะเปิดวันที่  25  นี้ด้วย  (กลัวจจะออกจากพิมายไม่ได้)  จึงกลับมาพร้อมกับพี่นางแต่ต้องนั่งรถที่เทศบาลจัดไว้ก็มี รถสิบล้อ  รถหกล้อ  รถที่ใช้ขนรถแม็คโคร  แล้วก็รถทหาร  พาไปส่งที่แยกวังหินแล้วแฟนพี่นางจะมารอรับที่นั่น  รถอย่างอื่นคงไม่ปลอดภัย  ตอนเดินออกจากโรงเรียนผ่านหอนาฬิกาจะเป็นศูนย์ช่วยเหลือมีถุงยังชีพกองอยู่เต็มไปหมด ที่ตื่นเต้นคือมีนักข่าวเกือบทุกช่อง  ถุงยังชีพเป็นถุงสีขาวมีตราของช่อง  3  ติดอยู่อยากได้อยู่นะแต่พอไปขอแล้วเขาไม่ให้บอกว่าอยู่นอกเขตเทศบาล  จริงจริงอยากได้ถุงเขานะจะขอแต่ถุงก็ยังไงอยู่  รู้สึกเกรงใจ (อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก)  พอผ่านศูนย์ช่วยเหลือไปที่หน้าหอนาฬิกา (ถ้าใครเคยไปพิมายคงนึกภาพออก) เพื่อรอรถที่จะพาเราไปส่ง  พอมาถึงก็รู้สึกได้ถึงความชุลมุนของผู้คนที่เดือดร้อน  แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้เห็นถึงน้ำใจที่คนไทยมีให้กัน  สังเกตุจากรถที่เข้ามาช่วยเหลือจะมีป้ายผ้าเขียนติดไว้   รถหกล้อมาจากโรงเรียนเทศบาลเมืองนครราชสีมา   รถโฟวิวจากช่อง 3  รถจากโรงเรียนพาณิชย์ชุมพวง  และอีกหลายที่ที่อยู่ไกลก็มาช่วยกันจึงทำให้คนในพื้นที่รู้สึกได้ว่ามีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น  และก็มาถึงคิวที่เราต้องโดยสารรถกันแล้ว  รถที่ขึ้นนั้นเป็นรถที่ใช้ขนรถแม็คโคร (ไม่รู้เรียกรถอะไร)  ได้ยืนจับคานด้านหน้าต่อจากหัวรถทำให้มองเห็นทัศนียภาพรอบด้านชัดเจนเลย   ในขณะที่รถวิ่งออกจากตัวเมืองพิมายในใจตื่นเต้นมากมาก + กลัวด้วยเพราะว่าเริ่มจะเห็นความรุนแรงของน้ำขึ้นทุกทียิ่งออกห่างจากตัวพิมายมากก็ยิ่งเห็นความเสียหายมาก ตลอดเส้นทางจะมีน้ำที่ไหลเชี่ยว ไหลข้ามจากถนนฟากหนึ่งมาอีกฟากหนึ่งจนมองไม่เห็นพื้นถนน ถ้าเป็นสะพานน้ำก็จะรุนแรงมากกว่าบนถนนที่ตอนนี้กลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีระยะทางประมาณ  5  กิโลเมตรได้ (ไม่รู้นะเดาเอาเพราะรู้สึกว่ามันไกลมาก)  เวลาจะข้ามสะพานทีรถก็ต้องวิ่งช้ามากเพราะกลัวว่าสะพานจะยุบ  บางครั้งก็มีหยุดบ้างเพื่อดูให้แน่ใจ  แล้วก็เวลามีรถสวนทางมา  สังเกตุจากทุกคนที่โดยสารมาพร้อมกันนั้นต่างก็ตกตลึงกับปริมาณน้ำที่มากมายมหาศาลเหมือนกับว่าประเทศไทยจะไม่แล้ง  และความรุนแรงของน้ำที่ไหลอยู่เหมือนจะไม่มีวันหมด  ตลอดการเดินทางก็ทำให้ทุกคนเกิดอาการประหม่า  และกลัวน้ำจะพัดเอารถตกถนนไหลตามน้ำไป  แต่สุดท้ายรถก็มาส่งเราถึงวังหินได้อย่างปลอดภัย  พอมองกลับไปตามเส้นที่ทางที่เราผ่านมาก็รู้ว่าโล่งใจมากที่เราผ่านจุดนั้นมาได้  ไม่ต่างอะไรกับทุกคนที่มาด้วยกัน  ในขณะที่ลงจากรถมีคุณยายสองคนร้องบอกกันเองว่า " ไปยาย...ปลอดภัยแล้ว "  สังเกตุจากท่ายืนของคุณยายแกคงจะนั่งตัวไม่กระดิกเลยตั้งแต่ขึ้นรถมาเลยช่วยพาแกลงจากรถและคำพูดที่ได้ยินมากที่สุดก็คือ  " โอ้ย...ขอบคุณหลายหลายเด้อ " แล้วก็ " ขอให้เจริญเจริญเด้อ " งานนี้ทั้งเจ้าหน้าที่  คนขับรถ  คงจะปลื้มใจสุดสุดไปเลย เสร็จแล้วก็นั่งรถกระบะแฟนพี่นางกลับมาถึงจักราชอย่างปลอดภัย  แล้วก็มาเล่าเรื่องราวประสบการณ์จริงให้กับทุกคนได้อ่าน แหม...ก็เคยเห็นแต่ในทีวีไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้อยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ด้วย  แต่ก็อยากจะฝากว่าไม่ว่าเราจะเจอกับเหตุการณ์แบบไหนหากว่าเรามี " สติ " เราก็จะสามารถวางแผนและผ่านสิ่งเหล่านั้นไปได้อย่างแน่นอน.....

18 ตุลาคม 2553

ปลาหางนกยูง

ปลาหางนกยูง
ปกติเป็นคนชอบปลาอยู่แล้วไม่ว่าจะกินปลา  หรือเลี้ยงปลา  ชอบมากเลยไม่รู้ว่าชอบตั้งแต่ตอนไหน  แล้วตอนนี้กำลังสนใจปลาตัวเล็กแต่ความสวยไม่เล็กก็คือปลาหางนกยูงนั่นเอง  หลายคนอาจคิดว่ามันเป็นแค่ปลาที่ใช้เลี้ยงในอ่างตามหน้าบ้าน  หรือเลี้ยงไว้กินลูกยุง  สำหรับบทความเรื่องนี้จะพูดถึงเจ้าปลาหางนกยูงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้เลย  ปลาหางนกยูงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia reticulata Peters 1859 มีชื่อสามัญว่า Guppy อยู่ในครอบครัว Poecidae เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว (ว้าวเพิ่งรู้ว่ามันไม่มีไข่เหมือนปลาทั่วไป) และมีถิ่นกำเนิดทางทวีปอเมริกาใต้แถบเวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดสและในแถบลุ่มน้ำอเมซอน (มันมาไกลมาก)  ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึงน้ำไหลเรื่อยๆ ปลาตัวผู้มีขนาด 3 -5 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาด 5 -7 เซนติเมตร ปลาหางนกยูงที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม (Fancy guppies) ซึ่งเป็นปลาที่ได้รับการคัดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมือง ( Wild guppies) ที่พบแพร่กระจายอยู่ในธรรมชาติ ลักษณะเด่นที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ คือ ลักษณะสีและลวดลายบนลำตัวและลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครีบหาง ซึ่งในการเรียกสายพันธุ์ต่างๆ จะถูกตั้งชื่อตามลักษณะ ดังกล่าว
ลักษณะที่ดีของปลาหางนกยูง                                             
ลักษณะลำตัว                   ->   มีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ
ลักษณะครีบ                    
->
  ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด ขณะว่ายน้ำพริ้วไม่พับ
สีและลวดลาย                  
->   
ถูกต้องตามสายพันธุ์    คมเข้มชัดเจน                                                                    ความสมบูรณ์ของลำตัว    ->  ทรงตัวปกติ
(แหมอย่างเราเราก็คงได้แต่มองวามันยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าน้า...)
การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง
            ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง นอกเหนือจากวิธีการเพาะพันธุ์แล้ว วิธีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์และการอนุบาลลูกปลานับว่าเป็นปัจจัยที่ล้วนแต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ซึ่งได้กล่าวถึงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ คือ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูง เนื่องจากปลาหางนกยูงจะเจริญถึงวัยเจริญพันธุ์ เมื่อปลามีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น เมื่อลูกปลาพอที่จะแยกเพศได้ (อายุประมาณ1- 1  1/2 เดือน ) ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง
            น้ำที่ใช้เลี้ยง   ควรเป็นน้ำสะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรด – ด่าง (pH ) 6.5 – 7.5 มีปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำไม่ต่ำกว่า 5 มก.ต่อลิตร ความกระด้างของน้ำ 75- 100 มก.ต่อลิตร ความเป็นด่าง 100 – 200 มก.ต่อลิตร และอุณหภูมิน้ำ 25 –29 ? C ควรมีน้ำไหลหมุนเวียนตลอดเวลา
             อาหารที่ใช้เลี้ยง    ปลาหางนกยูงสามารถกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous) ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จึงสามารถให้อาหารจำพวกสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ลูกน้ำ ไรแดง (Moina) ไรสีน้ำตาล (Artemaia) หรือหนอนแดง(Chironomus) หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป ที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า 40% อาหารสดก่อนให้ทุกครั้งควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหาร โดยควรแช่อาหารในด่างทับทิมเข้มข้น 500 - 1,000 ส่วนในล้านส่วน (0.5 - 1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร )  เป็นเวลาประมาณ 10 –20 วินาที ปริมาณอาหารสด ควรให้ 10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม ส่วนอาหารแห้ง ควรให้วันละ 2 - 4 % ของน้ำหนักตัวปลาโดยให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น ส่วนการถ่ายเทน้ำควรจะทำทุกวัน โดยดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ ? ของปริมาณน้ำในตู้ แล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเท่าเดิม
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
การคัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียเพื่อทำการผสม ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวมีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แข็งแรงครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างได้สัดส่วน แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมีลักษณะต่างจากเพศเมียตรงที่อวัยวะในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่งดัดแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกันหรือคล้ายกันมากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่ลักษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพันธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลูกปลาที่เพาะไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในครั้งต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลาจากแหล่งอื่นมาผสมบ้าง เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกปลารุ่นต่อๆ ไป มีความอ่อนแอและมีอัตราการรอดต่ำ อ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้าง  มันดูยากใช่ไหมแต่เราไม่ต้องคิดขานดนั้หรอกคะเพราะว่าแค่เราเอามันมาเลี้ยงแล้วก้ดูแลมันให้ดีก็พอแล้ว  ลองมาดูกันเลยว่าตัวไหนสวยที่สุด






















17 ตุลาคม 2553

กิจกรรมงานสืบสานงานศิลป์

กิจกรรมงานสืบสานงานศิลป์  ประจำปี  2553 
        งานสืบสานงานศิลป์  เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโรงเรียนจักราชวิทยา  จัดขึ้นโดยกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ   ซึ่งจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้คือเพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของครูผู้สอนในกลุ่มสาระฯ   และผลงานนักเรียนที่เป็นผลผลิตจากกลุ่มสาระฯ  ทั้งยังต้องการเผยแพร่ให้นักเรียนที่มีความสนใจในด้านศิลปะได้เข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด  การจัดงานในครั้งนี้ประกอบไปด้วยนิทรรศการของแต่ละสาระ  ได้แก่  สาระทัศนศิลป์  สาระดนตรี  และสาระนาฏศิลป์  การแสดงจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4    การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง   การแสดงจากวงดนตรีในสังกัด JV BAND   ทั้งวงโยธวาทิต  และวงดนตรีสากล  การแสดงโขน  ตอนหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา   จากวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา สถาบันของผู้เขียนเอง  (ศิษย์เก่า)  ซึ่งการกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากทุกท่านเป็นอย่างดี  และได้รับคำชมมากมาย  โดยหลังจากนี้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะจะจัดกิจกรรมแบบนี้อีกทุกปีแน่นอน  ขอให้ช่วยติดตามและให้กำลังใจทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจักกิจกรรมในครั้งนี้ต่อไปด้วยนะคะ

เก็บภาพบรรยากศบางส่วนของกิจกรรมมาให้ชมคะ







































ขอแนะนำให้โลกรู้จักกับ JV BAND

JV BAND  เป็นชื่อวงดนตรีในสังกัดงานดนตรีโรงเรียนจักราชวิทยา  ประกอบด้วย  วงโยธวาทิต  วงโปงลาง  และวงดนตรีสากล  ซึ่งตอนนี้ JV BAND กำลังพัฒนามากขึ้นจากที่ผ่านมา ขอให้ทุกท่านติดตามผลงานของ JV BAND ต่อไป

.



ประวัติโขน



ประวัติโขน
          โขนเป็นนาฏกรรมที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับของตนเอง คำว่า "โขน" ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีมาตั้งแต่สมัยใด ซึ่งได้มีกล่าวไว้ในลิลิตพระลอเล่าถึงงานมหรสพในงานพระศพของพระลอและพระเพื่อนพระแพงว่า "ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระทาราวเทียน" คำว่า "โขน" มีกล่าวไว้ในหนังสือของชาวต่างประเทศ เป็นการกล่าวถึงศิลปะแห่งการเล่นของไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นที่นิยมและยึดถือเป็นแบบแผนกันมานาน มีข้อสันนิษฐานว่าโขนน่าจะมาจากคำในภาษาต่าง ๆ ดังนี้

           1. โขนในภาษาเบงคาลี ซึ่งมีคำว่า "โขละ หรือโขล" ซึ่งเป็นชื่อของเครื่องดนตรีประเภทหนัง ชนิดหนึ่งของฮินดู โดยตัวรูปร่างคล้ายมฤทังคะ (ตะโพน) ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีที่พวกไวษณพนิกายในแคว้นแบงกอลนิยมใช้ประกอบการเล่นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ยาตรา" ซึ่งหมายถึง ละครเร่ และหากเครื่องดนตรีชนิดนี้ได้เคยนำเข้ามาในดินแดนไทยแล้วนำมาใช้ประกอบการเล่นนาฏกรรมชนิดหนึ่ง เราจึงเรียกการแสดงชุดนั้นว่า "โขล" ตามชื่อเครื่องดนตรี

          2. โขนในภาษาทมิฬ เริ่มจากคำว่า โขล มีคำเพียงใกล้เคียงกับ "โกล หรือ โกลัม" ในภาษาทมิฬ ซึ่งหมายถึงเพศ หรือการแต่งตัวหรือการประดับตกแต่งตัวตามลักษณะของเพศ

          3. โขนในภาษาอิหร่าน มาจากคำว่า "ษูรัต ควาน" (Surat khwan) ซึ่งษูรัตแปลว่าตุ๊กตาหรือหุ่น ซึ่งผู้อ่านหรือผู้ขับร้องแทนตุ๊กตาหรือหุ่นเรียกว่า "ควาน" หรือโขน (Khon) ซึ่งคล้าย ๆ กับผู้พากย์และผู้เจรจาอย่างโขน

          หากที่มาของโขนมาจากคำในภาษาเบงคาลี ภาษาทมิฬและภาษาอิหร่าน ก็คงจะมาจากพวกพ่อค้าวาณิช และศาสนาจารย์ของชาวพื้นเมืองประเทศนั้น ๆ แพร่มาสู่ดินแดนในหมู่เกาะชวา มาลายูและแหลมอินโดจีน

          4. โขนในภาษาเขมร ในพจนานุกรมภาษาเขมร มีคำว่า "ละคร" แต่เขียนเป็นอักษรว่า "ละโขน" ซึ่งหมายถึงมหรสพอย่างหนึ่งเล่นเรื่องต่าง ๆ กับมีคำว่า "โขล" อธิบายไว้ในพจนานุกรมเขมรว่า "โขล ละคอนชายเล่นเรื่องรามเกียรติ์" (ธนิต อยู่โพธิ์. 2511. : 23 - 29)

          จากข้อสันนิษฐานต่างๆ ยังมิอาจสรุปได้แน่นอนว่า "โขน" เป็นคำมาจากภาษาใด แต่เมื่อเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้กันในยุคสมัยนี้ก็จะพบว่า โขน หมายถึง การเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละครรำ แต่เล่นเฉพาะในเรื่องรามเกียรติ์ โดยผู้แสดงจะสวมหัวจำลองเป็นตัวละครต่าง ๆ ที่เรียกว่า หัวโขน หรืออีกความหมายหนึ่งหมายถึง ไม้ที่ต่อเสริมหัวเรือท้ายเรือให้งอนเชิดขึ้นไป เรียกว่า "โขนเรือ" เรียกเรือชนิดหนึ่งที่มีโขนว่า เรือโขน เช่น เรือโขนขนาดใหญ่น้อย เหลือหลาย (ลิลิตพยุหยาตรา) หรือส่วนสุดทั้ง 2 ข้างของรางระนาดหรือฆ้องวง ที่งอนขึ้นก็เรียกว่า "โขน"

ผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผีเสื้อหนอนกระท้อน
           ผีเสื้อหนอนกระท้อน หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า  Atles  Moth  เป็นผีเสื้อกลางคืนพบได้ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย  เช่น ในประเทศอินโนเซีย  ประเทศศรีรังกา  ประเทศมาเลเซีย   ประเทศสิงคโปร์  ซึ่งแต่ละประเทศก็เรียกชื่อแตกต่างกันไป   ส่วนในประเทศไทยของเราก็พบมากในแถบภาคใต้ของประเทศ  แต่ก็มีคนพบเจ้าผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ในภาคอื่นด้วยก็มี  พวกมันจะอาศัยอยู่ตามสวนต้นกระท้อน (นี่คือที่มาของชื่อนี้ หนอนกระท้อน) หรือสวนผลไม้ไม้อื่นๆ เช่น  มะม่วง  ฝรั่ง  น้อยหน่า 
          เจ้าผีเสื้อนี้มันมีขนาดของปีกที่กว้างใหญ่ถึง  30  เซ็นติเมตร เลยทีเดียว     ดูแล้วน่าจะใหญ่กว่านกบางชนิดอีกนะ  (แล้วถ้านกที่กินแมลงมาเจอเจ้านี่เข้ามันจะกล้ากินไหมนะ.....)   แต่ที่แปลกก็คือ เจ้าผีเสื้อยักษ์นี่มันไม่มีปาก   (คือเกิดมาก็ไม่ต้องดิ้นรนเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง)  โดยมันจะใช้อาหารที่สะสมในรูปของไขมันตอนที่พวกมันเป็นตัวอ่อน หรือดักแด้   (แต่ดูแล้วมันคงเป็นดักแด้ที่มหึมามากเลยทีเดียว)   เพราะหน้าที่สำคัญที่พวกมันเกิดมาก็เพื่อผสมพันธุ์สืบทอดเผ่าพันธุ์ของพวกมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  เสร็จแล้วมันก็ตาย  ( โอ้โห...ง่ายจริงจริง...ชีวิตเจ้าหนอนกระท้อน)
           ตัวเมียจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวผู้  ตัวผู้จะมีหนวดรูปขนนกที่ฟูชัดเจนมากเพื่อเอาไว้รับ ฟีโรโมน ของตัวเมีย ตัวเมียจะไม่มีหนวดแบบนี้



มาดูกันเลยรูปร่างหน้าตาของเจ้าผีเสื้อหนอนกระท้อนมันเป็นยังไง  มีใครเคยเห็นบ้างหรือเปล่า   ถ้าเจอมันเข้าก็อย่าคิดว่าเป็นนกนะจ๊ะ

[Atlas_moth_female.jpg]

[Attacus_atlas.jpg]

ที่ประเทศสิงคโปร์ จะเรียกพวกมันว่า  ผีเสื้อหัวงู  เพราะว่าลายจากปลายปีกของมันจะมีลักษณะคล้ายกับหัวงู   มีลูกตา  เอาไว้หลอกตาผู้ล่าในยามรัตติกาล (เหมือนหัวงูจริงจริงด้วยนะ)



สรุปแล้วมันสวยใช่ไหมละ   จริงจริงแล้วตัวคนเขียนเองทั้งเกลียดและกลัวหนอนเป็นที่สุดในชีวิต แต่ที่เขียนเรื่องของเจ้าตัวนี้เพราะอยากปลอบใจตัวเองว่า  หนอนที่เราเห็นมันก็แค่  ผีเสื้อตอนเด็ก ๆ นั่นเอง.......อื๋ย........

 ขอขอบคุณข้อมูลดีดีที่ผู้เขียน(Piranee)รวบรวมมาจากหลายที่ในอินเตอร์เน็ต

16 ตุลาคม 2553

อบรม Percussion ณ ราชสีมาวิทยาลัย

หลังจากได้อบรมแล้วทุกคนคงจะมีความรู้สึกเหมือนกันคือ  อยากจะพัฒนาความสามารถของตัวเองให้เทียบกับเขาและอยากจะแสดงความสามารถของตัวเองให้ชาวโลกได้เห็น ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอบรมคร้งนี้ทุกท่านที่ทำให้พวกเรามีความกล้า  และฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง










finel fifa world cup 2010 by jv band

วงโยธวาทิตโรงรียนจักราชวิทยาแสดงและบรรแลงในวันปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2010 
ชมภาพบรรยากาศการเตรียมงานของนักเรียนวงโยฯ  และการแสดงที่น่าประทับใจของ jv band